หากพูดถึงยางโพลียูรีเทน สิ่งแรกที่นึกถึงในเรื่องของความแตกต่างนั้นคือ กระบวนการผลิตที่แตกต่างจากยางสังเคราะห์ประเภทอื่นๆ โดยสารตั้งต้นของยางพียูนั้นเป็นลักษณะของน้ำยา (CPU – Cast Polyurethane Elastomer) หรือลักษณะเม็ด (TPU – Thermoplastic Polyurethane) ที่ต้องอบให้เป็นของเหลวก่อนเริ่มกระบวนการผลิต ได้แก่ การเทหรือการฉีดลงในแม่พิมพ์ ซึ่งต่างจากยางชนิดอื่นๆที่ส่วนผสมนั้นเป็นผง ก้อนหรือ Compound ต่างๆ ผ่านกระบวนการผลิตโดยการ Extrude หรืออัดขึ้นรูป
อย่างไรก็ตาม วันนี้เราจะมาพูดถึงคุณสมบัติโดดเด่นของยางโพลียูรีเทนที่ทำให้แตกต่างจากยางสังเคราะห์ทั่วไปกันค่ะ
คุณสมบัติเด่นของยางโพลียูรีเทน
1.ความแข็งแรงและความทนต่อการสึกหรอ
หากเทียบในตารางคุณสมบัติเชิงกล (Physical Properties) อย่าง Abrasion Resistance, Tensile Strength และ Tear Resistance แล้ว ยาง PU ทนการเสียดสีและการฉีกขาดได้สูงมากเมื่อเทียบกับยางสังเคราะห์ทั่วไปที่มักจะสึกหรอเร็วกว่า หรืออายุการใช้งานสั้นกว่า หากใช้งานหนัก
2.ช่วงความแข็งที่กว้างและปรับได้
ยาง PU นั้นสามารถผลิตได้ตั้งแต่ยางนิ่มมากระดับเยลลี่จนถึงแข็งมากในระดับพลาสติก โดยหากวัดความแข็งของยางโดยหน่วยวัด ช.A แล้ว ความแข็งที่เคเคเอ็มทำได้นั้นอยู่ที่ 5 ช.A ถึง 98 ช.A ซึ่งเป็น Range ความแข็งที่กว้างที่สุดในบรรดายางทุกชนิด
3.ความยืดหยุ่นในการเลือกใช้งาน
ยาง PU นอกจากความโดดเด่นในเรื่องความแข็งแรงทนทานแล้ว ยังมีความสามารถในการทนได้ทั้งน้ำ (Ether) น้ำมัน (Ester) หรือทนได้ทั้งน้ำและน้ำมัน (Caprolactone) โดยยางสังเคราะห์ชนิดอื่นๆมักเด่นเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ทนน้ำมันอย่างเดียว หรือทนความร้อนอย่างเดียว เป็นต้น
4.ความสามารถในการรับแรงและคืนรูป
หากเทียบในตารางคุณสมบัติเชิงกล (Physical Properties) แล้ว ยาง PU ยังมีความสามารถในการคืนรูปได้ดีเยี่ยม ไม่เสียรูปถาวรและใช้เวลาในการคืนรูปได้ไวกว่ายางสังเคราะห์ชนิดอื่นๆ
5.อายุการใช้งานเทียบกับต้นทุน
ยาง PU นั้นเป็นที่รู้กันดีว่าอาจมีราคาสูงกว่าการหล่อยางสังเคราะห์ทั่วไปตามขนาด แต่เมื่อเทียบกันแล้ว การเลือกใช้ยาง PU นั้นจะช่วยลด Downtime หรือลด Cost ในระยะยาวได้ เนื่องจากอายุการใช้งานที่มากกว่าหากเลือกให้เหมาะสมกับหน้างาน
บทความเขียนโดย เขมมิค

