ลูกค้าหลายรายที่ต้องการเปลี่ยนชิ้นส่วนยางหรือโพลียูรีเทน (PU) จากเครื่องจักรที่ใช้งานมานาน มักพบปัญหาว่าไม่มีแบบ Drawing ไม่มีแม่พิมพ์เดิม หรือไม่สามารถติดต่อผู้ผลิตรายเดิมได้
ในกรณีดังกล่าว ยังสามารถผลิตชิ้นงานทดแทนได้ โดยอาศัยกระบวนการที่เรียกว่า Reverse Engineering หรือการวิเคราะห์ย้อนกลับจากชิ้นงานเดิม เพื่อรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการออกแบบและผลิตชิ้นงานใหม่
1. ใช้ชิ้นงานเดิมเป็นข้อมูลอ้างอิงได้
การไม่มี Drawing หรือแม่พิมพ์เดิมไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถผลิตชิ้นงานใหม่ได้ สิ่งที่สามารถนำมาใช้เป็นต้นแบบได้คือชิ้นงานเดิมที่ใช้งานอยู่
แม้ชิ้นงานจะผ่านการใช้งานจนเกิดการสึกหรอ แตก หรือเสียหายบางส่วน ก็ยังสามารถนำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์ได้ในหลายกรณี
สำหรับการประเมินเบื้องต้น ลูกค้าสามารถส่งชิ้นงานเดิม ภาพถ่าย หรือข้อมูลขนาดที่มีอยู่มาให้ตรวจสอบ เพื่อประเมินแนวทางในการผลิตได้
2. ตรวจสอบและเก็บข้อมูลด้านมิติ
หลังจากได้รับชิ้นงาน ทีมงานจะตรวจสอบขนาดและรายละเอียดที่สำคัญของชิ้นงาน เช่น
- เส้นผ่านศูนย์กลางและความยาว
- ความหนาของชั้นยางหรือ PU
- ขนาดและรายละเอียดของร่องบนผิวชิ้นงาน
- ขนาดแกนกลาง (Core) และรูเพลา
- รูปทรงและรายละเอียดของผิวชิ้นงาน
- Crown หรือรูปทรงโค้งของลูกกลิ้งในกรณีที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์และจัดทำเป็น Drawing สำหรับใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการผลิตชิ้นงานใหม่
3. วิเคราะห์ชนิดวัสดุและความแข็ง
นอกจากขนาดและรูปทรงแล้ว ชนิดของวัสดุและค่าความแข็ง (Durometer) ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา
ยางและ PU แต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทั้งในด้านความยืดหยุ่น ความทนต่อการสึกหรอ การรับแรง และความทนทานต่อสภาพแวดล้อม
การเลือกวัสดุจึงควรพิจารณาจากลักษณะการใช้งานจริงของเครื่องจักร เพื่อให้ชิ้นงานใหม่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการใช้งาน และสามารถทดแทนชิ้นงานเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ออกแบบและเลือกกระบวนการผลิตที่เหมาะสม
เมื่อได้ข้อมูลด้านขนาดและคุณสมบัติของวัสดุแล้ว จึงสามารถกำหนดรูปแบบและกระบวนการผลิตที่เหมาะสมกับชิ้นงานแต่ละประเภท
ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องจัดทำแม่พิมพ์ใหม่สำหรับงานขึ้นรูปหรือหล่อ PU ขณะที่บางงานสามารถใช้แกนเดิมและทำการหุ้มยางหรือ PU ใหม่ได้ หากสภาพของแกนยังสามารถนำกลับมาใช้งานได้
สำหรับงานที่ต้องผลิตแกนใหม่ อาจใช้กระบวนการกลึงหรือขึ้นรูปด้วยเครื่องจักรที่มีความแม่นยำ เช่น CNC เพื่อให้ได้ขนาดตามข้อกำหนด
5. ตรวจสอบชิ้นงานก่อนการผลิตจริง
ในงานที่มีรายละเอียดหรือข้อกำหนดเฉพาะ การจัดทำชิ้นงานตัวอย่างหรือ Prototype ก่อนการผลิตจริงสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากความคลาดเคลื่อนได้
โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ เช่น ขนาด ความแข็ง รูปทรง และความเหมาะสมกับเครื่องจักร ก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตตามจำนวนที่ต้องการ
ขั้นตอนนี้ช่วยให้สามารถแก้ไขรายละเอียดที่จำเป็นได้ตั้งแต่ก่อนการผลิตจริง และช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าชิ้นงานใหม่จะสามารถนำไปติดตั้งและใช้งานกับระบบเดิมได้อย่างเหมาะสม
สรุป
ไม่มี Drawing หรือแม่พิมพ์เดิม ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถผลิตชิ้นงานทดแทนได้
การใช้กระบวนการ Reverse Engineering ช่วยให้สามารถนำชิ้นงานเดิมมาเป็นข้อมูลสำหรับวิเคราะห์ ทั้งด้านขนาด รูปทรง วัสดุ และคุณสมบัติที่จำเป็น ก่อนนำข้อมูลไปจัดทำแบบและกำหนดกระบวนการผลิตใหม่
แนวทางนี้เหมาะสำหรับเครื่องจักรเก่า ชิ้นส่วนที่ไม่มีเอกสารทางเทคนิค หรือกรณีที่ไม่สามารถติดต่อผู้ผลิตเดิมได้ โดยเฉพาะงาน PU Roller และชิ้นส่วนยาง/โพลียูรีเทนแบบสั่งผลิต
เพียงมีชิ้นงานเดิมหรือข้อมูลที่สามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้น ทีมงานสามารถประเมินแนวทางในการผลิตชิ้นงานทดแทนให้เหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละเครื่องจักรได้
บทความโดย คุณกิม ไชยพิมุกต์

